วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

เที่ยวพระธาตุดอยอินทนนท์

ข้อมูลของพระมหาธาตุที่ดอยอินทนนท์จากเว็บไซต์กองทัพอากาศ


พระมหาธาตุ นภเมทนีดล

 ในวาระที่กองทัพอากาศ มีอายุครบ ๗๒ ปี ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ นั้น จวบกับวาระมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ปีเดียวกัน ข้าราชการกองทัพอากาศโดย พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ได้เห็นพ้องกันว่า สมควรร่วมใจบริจาคทรัพย์ทำบุญสร้างอนุสสารณียวัตถุขึ้นเป็นที่ระลึกวาระสำคัญของกองทัพอากาศและเฉลิมพระเกียรติน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลในศุภวาระมงคลนี้

การร่วมใจบริจาคทรัพย์ทำบุญสร้างอนุสสารณียวัตถุใดที่จะให้เจริญพระราชกุศลอันยิ่งใหญ่ สมกับวาระมหามงคลสมัยพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ รวมทั้งเพื่อเป็นการประกาศพระอิสริยยศอันยิ่งใหญ่ที่จะทรงครองราชย์มานานเกินกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในวันที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ นี้ คงจะไม่มีสิ่งอื่นใดเทียบเท่าการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กอปรทั้งปวงอาณาประชาราษฎร์ต่างเห็นประจักษ์ด้วยเกล้าฯ ว่า นอกจากจะทรงดำรงฐานะแห่งองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก โดยเฉพาะทรงช่วยอภิบาลบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสถาพรยิ่งกว่าในกาลรัชสมัยใดแล้ว ยังทรงเจริญพระราชศรัทธาเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวดอีกด้วย ทั้งไม่แต่การถวายพุทธสักการะเป็นอามิสบูชา แม้การปฏิบัติบูชาก็ทรงมีพระราชศรัทธาบำเพ็ญภาวนาให้ทรงบรรลุและสำเร็จได้จริงจัง



การสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ของกองทัพอากาศเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล จึงเป็นวิธีเดียวที่กองทัพอากาศรำลึกว่า จะฉลองพระเดชพระคุณอันเปี่ยมล้นได้อย่างสูงสุด แม้จะยังไม่สมกับพระบรมเดชานุภาพ และพระบารมีแห่งพระมหาธรรมราชา ที่แผ่ไพศาลสุดแผ่นดินและจดแผ่นฟ้าก็ตาม สถานที่ซึ่งควรจะประดิษฐานพระบรมธาตุเจดีย์นี้ จึงควรสถิตอยู่ ณ จุดที่สูงสุดบนผืนแผ่นดินไทยที่กองทัพอากาศสามารถขึ้นไปก่อสร้างได้ เพื่อให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ พระมหาเมตตาธิคุณ และพระมหาบริสุทธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สถิตอยู่สูงสุด และในดวงใจของปวงพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

กองทัพอากาศ จึงพิจารณาเลือกยอดเขาแห่งหนึ่งบนดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นดอยที่มียอดสูงที่สุดของประเทศไทย เป็นสถานที่สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ ตามที่กองทัพอากาศขอพระราชทานว่า "พระมหาธาตุนภเมทนีดล" แปลได้ความว่า พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดิน

บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้ยึดมั่นสักการะบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระรัตนตรัย หรือท่านศาสนิกชนอื่นที่เปี่ยมล้นด้วยความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อได้มาเห็นพระมหาธาตุเจดีย์ และรู้เหตุแห่งการสร้างน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเสริมบุญญาธิการ ย่อมปีติปราโมทย์อนุโมทนา ตั้งจิตถวายพระพรชัยมงคลอีกทุกครั้งคราว ทั้งย่อมจะเห็นเป็นนิมิตเช่นเดียวกันว่า พระพุทธคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และอานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัย อีกทั้งเดชะบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหาธรรมราชาอันยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดินนี้ จะคุ้มครองไปตลอดทุกทิศทั่วพระราชอาณาเขต และบันดาลให้อาณาประชาราษฎร์ ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร มีแต่ความร่มเย็น สมบูรณ์ พูนสุข เจริญรุ่งเรือง มั่นคงวัฒนาสถาพร ปวงปัจจามิตรพ่ายแพ้ไปชั่วนิจนิรันดร์


พระมหาธาตุ นภพลภูมิสิริ

ปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ นับเป็นปีมิ่งมหามงคลสำหรับพสกนิกรชาวไทย ด้วยเป็นวโรกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕
กองทัพอากาศ ตระหนักในพระราชจริยาวัตรของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงอุตสาหะบำเพ็ญมาโดยต่อเนื่อง นับแต่ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นที่ประจักษ์แจ้งถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ในพระราชหฤทัยที่จะทรงจำเริญรอยพระยุคลบาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในอันที่จะอุทิศพระวรกาย พระราชหฤทัยและพระราชทรัพย์ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาปรารถนาที่จะให้ปวงชนเป็นสุข พ้นจากความทุกข์และความยากไร้ ยามใดภัยพิบัติบังเกิดขึ้นแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงช่วยแก้ไข ผ่อนผันบรรเทาคลาย บรรดาข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ ต่างได้รับพลังใจอย่างสูงสุด พระเกียรติคุณจึงแผ่ขยาย ขจรขจายไปทั่วหล้า เป็นที่ชื่นชมเชิดชูของนานาประเทศ พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จึงพากันปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นโดยมิรู้เสื่อมคลาย

ในวโรกาสอันเป็นมหามงคลสมัยนี้ กองทัพอากาศ และประชาชนชาวไทย จึงได้ร่วมใจกันสร้าง พระมหาธาตุเจดีย์น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล และเทิดพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์พระแม่เจ้าของชาวไทยทั้งปวงบนยอดดอยอินทนนท์ เพื่อเป็นปูชนียสถานสำคัญเคียงคู่พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล ให้ประชาชนที่มาเยี่ยมชมและสักการะ ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้ง ๒ พระองค์ ไว้ในความทรงจำชั่วนิรันดร์



พระมหาธาตุที่ กองทัพอากาศ สร้างขึ้น น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามว่า "พระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิร" มีความหมายว่า "เป็นกำลังแห่งฟ้า เป็นสิริแห่งดิน"

องค์เจดีย์มีรูปทรงที่ละม้ายคล้ายคลึงกับองค์พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล มีรูปทรงสัณฐานเป็นรูป ๑๒ เหลี่ยม มีระเบียงกว้างโดยรอบเป็น ๒ ระดับ สำหรับให้พุทธศาสนิกชนและผู้มาเยี่ยมชมได้กระทำทักษิณาวัฏบูชา และเดินชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ องค์พระมหาธาตุเจดีย์มีความกว้างที่ระดับระเบียงชั้นล่าง ๓๗ เมตร สูง ๕๕ เมตร ซึ่งต่ำกว่าพระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล ๕ เมตร เพื่อแสดงความหมายถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอ่อนพระชันษากว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ พรรษาที่ยอดปลีขององค์เจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบรรจุอยู่ในพระธาตุหริภุญชัยจำลอง โดยแยกบรรจุเป็น ๔ ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานให้
ส่วนที่ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานให้
ส่วนที่ รัฐบาลศรีลังกา มอบให้
ส่วนที่ ผู้บัญชาการทหารอากาศและผู้มีจิตศรัทธาร่วมอนุโมทนา

ภายในโถงเจดีย์ของพระมหาธาตุเจดีย์ ตกแต่งด้วยภาพพระราชกรณียกิจ แกะสลักด้วยหินแกรนิตประดับไว้ที่ผนังตอนล่าง ส่วนผนังตอนบนประดับด้วยภาพพุทธประวัติทำด้วยโมเสกแก้ว ซึ่งจัดภาพและสีด้วยคอมพิวเตอร์สั่งทำจากประเทศอิตาลี และที่กลางโถงเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง ซึ่งเป็นพระประจำพระชนมวาร ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จำหลักด้วยหินหยกขาวบริสุทธิ์จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความสูงเฉพาะองค์พระ ๓ เมตร ๒๐ เซนติเมตร หนักประมาณ ๕ ตัน นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปหินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่และงดงามที่สุดองค์หนึ่ง

การดำเนินการก่อสร้างใช้เวลา ๙๐๐ วัน สิ้นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท เป็นเงินที่รัฐบาลสนับสนุนให้ ๔๘ ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นเงิน ๘๗ ล้านบาท ในจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้เป็นทุนแรกเริ่มสำหรับการดำเนินการ ซึ่งยังความปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นกำลังใจแก่ผู้เกี่ยวข้องเป็นล้นพ้น

กองทัพอากาศ ได้ประกอบพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริ เมื่อ ๘ มีนาคม ๒๕๓๖ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธี พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชจริยาวัตรของ ล้นเกล้าฯ ทั้ง ๒ พระองค์ ที่ทรงชื่นชมโสมนัส ตลอดเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกองค์พระมหาธาตุเจดีย์เป็นที่ประทับใจและยังความปลาบปลื้มแก่ผู้ตามเสด็จทุกคน และเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของ ทหารอากาศที่ได้ร่วมใจกันสร้างปูชนียสถานสำคัญไว้บนยอดดอยที่สูงที่สุดของประเทศไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความเทิดทูนและจงรักภักดีที่มีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อย่างหาที่เปรียบมิได้

"บารมีพระมากพ้นรำพัน" เสมือนหนึ่งเทวาอารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากล ได้มาชุมนุมกันร่วมอนุโมทนา ในพระราชกุศลที่ทรงบำเพ็ญในวันนี้ จึงบันดาลให้บริเวณพิธีมีแดดร่มลมเย็นกำลังสบายไม่หนาวเย็นจัดเช่นทุกวัน และเมื่อทรงปลูกต้นไม้เสร็จก็ได้มีฝนโปรยลงมาเป็นที่ชุ่มชื่นราวกับได้รับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อจะเสด็จกลับได้มีลูกเห็บขนาดเท่าเม็ดสาคูตกลงมาทั่วทั้งบริเวณ เหมือนข้าวตอกดอกไม้ที่โปรยปรายจากสวรรค์ เป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง

ขออานุภาพแห่งพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ในพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ จงคุ้มครองและดลบันดาลให้ประเทศไทยร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง มั่นคงและไพบูลย์ ขอพระราชกุศลที่ กองทัพอากาศและพสกนิกรชาวไทย น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายนี้ จงสัมฤทธิผลเพิ่มพูนให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเจริญด้วยพระพลานามัย ผองภัยพิบัติมิอาจกล้ำกรายพระบรมเดชานุภาพแผ่ขยายไปทั่วหล้า ขอพระบารมีคุ้มเกล้าเหล่าพสกนิกรชั่วนิรันดร์





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ช่องยูทูปทั้งหมดของ Mr.Hotsia : mrhotsiaAEC เที่ยวสะใจ ครัวสะใจ ครัวลาวสะใจ